คำแนะนำจากสถาปนิก 5 ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงในการสร้างบ้าน

ความฝันของใครหลายๆ คนที่อยากจะสร้างครอบครัวอบอุ่นคงจะหนีไม่พ้น “บ้านในฝัน” ที่อยากจะออกแบบบ้านและสร้างให้ออกมาดีที่สุด แต่บางครั้งกลับกลายเป็นเรื่องยากที่จะสร้างให้ตรงตามสิ่งที่หวังไว้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งหากเกิดข้อผิดพลาดเล็กๆ ก็อาจเปลี่ยนเป็นปัญหาใหญ่แทน จึงต้องมีผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยแนะให้การสร้างบ้านราบรื่น บทความนี้จึงรวบรวม 5 ข้อผิดพลาดจากคำแนะนำของสถาปนิกเพื่อปิดรอยรั่วจากการออกแบบบ้านที่คุณเคยมองข้าม!
5 ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงในการสร้างบ้าน
ข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อยที่อาจก่อปัญหาใหญ่ตามมาจากคำเตือนของเหล่าสถาปนิก ออกแบบบ้านไปจนถึงขั้นตอนการเริ่มก่อสร้างที่ทุกขั้นตอนก็สามารถผิดพลาดได้ ลองมาเรียนรู้ก่อนเกิดเหตุและข้อควรระวังพร้อมวิธีแก้ไขจากสถาปนิกมืออาชีพกัน
ข้อผิดพลาดที่ 1: การวางแผนงบประมาณไม่รอบคอบ
ปัญหา: สิ่งแรกที่หลายคนอาจพลาดได้มากที่สุดตั้งแต่เริ่มต้นอย่างขั้นตอนการออกแบบบ้านโดยไม่ได้กำหนดงบประมาณก่อสร้างจากการออกแบบบ้านที่ชัดเจน ทำให้เกิดปัญหางบบานปลายแบบหยุดไม่ได้ จนอาจจะต้องกู้ยืมเงินเพิ่มเติมหรือร้ายสุดอย่างการหยุดงานก่อสร้างกลางคันเพราะขาดทุน ยิ่งกระทบต่อแพลนการย้ายเข้าอยู่ให้ยืดออกไปอีก
คำแนะนำ: ควรประเมินงบประมาณอย่างละเอียดตั้งแต่เริ่มต้นถ้าเป็นไปได้ควรคำนวณตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบบ้าน เพราะการออกแบบสามารถวางแผนเลือกวัสดุได้เลยทำให้รวบรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นค่าออกแบบ ค่าวัสดุ ค่าผู้รับเหมา และค่าใช้จ่ายฉุกเฉินประมาณ 10-20% ของงบทั้งหมด นอกจากนี้ส่วนใหญ่บริษัทออกแบบบ้านจะแนะนำให้มีเงินสำรองไว้อีกด้วย เพราะข้อดีคือสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดในอนาคตได้

ข้อผิดพลาดที่ 2: การละเลยการออกแบบบ้านที่เหมาะสม
ปัญหา: หลายคนอาจจะมองข้ามขั้นตอนการออกแบบบ้านโดยสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญหรือใช้แบบบ้านสำเร็จรูปที่จริงๆ แล้วอาจจะไม่ตอบโจทย์ความต้องการหรือพื้นที่สร้างบ้านของคุณอย่างแท้จริง เช่น เลือกแบบบ้านสำเร็จรูปที่มีหน้าต่างน้อยเกินไปซึ่งในพื้นที่นั้นเองก็มีแสงธรรมชาติน้อยอยู่แล้ว จึงยิ่งทำให้บ้านมืดและต้องใช้แสงไฟมากขึ้นกว่าเดิม หรือแม้แต่การออกแบบบ้านที่ไม่นึกถึงจำนวนสมาชิกในครอบครัว ที่กลายเป็นปัญหาปริมาณห้องไม่เพียงพอหรือขนาดเล็กเกินไป
คำแนะนำ: การได้รับคำปรึกษาจากสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์จากหลายเคส ที่จะช่วยให้การออกแบบบ้านตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด ทั้งการวางแผนพื้นที่ให้สอดคล้องกับความต้องการและสภาพแวดล้อม อย่างถ้าเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ สถาปนิกก็อาจแนะนำให้เพิ่มพื้นที่ส่วนกลางสำหรับกิจกรรมร่วมกัน
ข้อผิดพลาดที่ 3: การเลือกผู้รับเหมาที่ไม่น่าเชื่อถือ
ปัญหา: อีกหนึ่งข้อผิดพลาดที่ใครหลายคนเจ็บช่ำกันมามากต่อจากเรื่องสถาปนิก ออกแบบบ้านให้เหมาะสมแล้วก็คือการเลือกผู้รับเหมาที่ไม่มีประสบการณ์หรือขาดความน่าเชื่อถือที่นำไปสู่ปัญหาด้านคุณภาพงาน ไปจนถึงการส่งมอบงานล่าช้าหรือค่าใช้จ่ายที่บานปลายแบบไม่รู้ตัว โดยเฉพาะผู้รับเหมาที่ไม่มีแผนงานที่ชัดเจนจนเกิดความล่าช้าในขั้นตอนก่อสร้าง นอกจากนี้หากไม่มีการประเมินคุณภาพวัสดุอาจเสี่ยงเกิดความเสียหายในระยะยาวที่ต้องตามแก้กันไปไม่รู้จักจบสิ้น เช่น การแตกร้าวของผนังหรือการรั่วซึมของหลังคา
คำแนะนำ: ควรเลือกผู้รับเหมาที่มีผลงานสามารถตรวจสอบได้หรือบริษัทออกแบบบ้านและรับก่อสร้างที่ได้รับการแนะนำจากผู้ว่าจ้างคนก่อนที่น่าเชื่อถือ นอกจากนี้ต้องจัดทำสัญญาที่ชัดเจนพร้อมระบุรายละเอียดงานอย่างครบถ้วน อย่างการกำหนดระยะเวลาส่งมอบและเกณฑ์การชำระเงิน นอกจากนี้ต้องอ่านรีวิวหรือคุยกับลูกค้าเก่าของผู้รับเหมาเพื่อเก็บข้อมูลการทำงานที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจก่อนว่าจ้างได้อีกด้วย

ข้อผิดพลาดที่ 4: การละเลยเรื่องวัสดุและการก่อสร้าง
ปัญหา: ช่วงเริ่มต้นตั้งแต่วางแผนออกแบบบ้านหากเลือกวัสดุคุณภาพต่ำกระทบต่อการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน ความปลอดภัยและความคงทนของบ้านในระยะยาวจะมีคุณภาพต่ำไปด้วย อย่างเช่น การเลือกใช้วัสดุราคาถูกที่ไม่มีมาตรฐาน อาจทำให้โครงสร้างบ้านเสี่ยงต่อการพังทลายหรือผนังที่ไม่ได้ฉาบป้องกันความชื้นก็จะยิ่งเกิดปัญหาเชื้อราและกลิ่นอับชื้นได้ในอนาคต
คำแนะนำ: สิ่งที่จะสามารถป้องกันเรื่องนี้ได้คือการลงทุนเลือกวัสดุที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของพื้นที่อยู่อาศัย เพราะหากบ้านตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีชื้นหรือต้องเจอกับอากาศชื้นเป็นประจำ ควรเลือกวัสดุที่ทนทานต่อความชื้น เช่น คอนกรีตกันซึม หรือสีทาภายนอกที่มีคุณสมบัติป้องกันเชื้อรา นอกจากนี้ควรตรวจสอบงานก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูความเรียบร้อยของโครงสร้างพื้นฐานและปรึกษาสถาปนิกอยู่เรื่อยๆ ทุกขั้นตอน ก็จะช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตลงไปอีก
ข้อผิดพลาดที่ 5: การมองข้ามรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ
ปัญหา: บางครั้งรายละเอียดเล็กๆ อย่างการติดตั้งระบบไฟฟ้า ระบบประปา หรือการเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่สอดคล้องกับพื้นที่ อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ตามมาเมื่อเข้ามาอยู่อาศัยจริง เช่น วางแผนตำแหน่งปลั๊กไฟไม่เหมาะกับการใช้งานตอนออกแบบบ้านจนต้องใช้สายต่อพ่วงจำนวนมากแทน เสี่ยงเกิดอันตรายจากไฟฟ้าลัดวงจรได้ นอกจากนี้การเลือกเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่เกินไปสำหรับพื้นที่เล็ก อาจทำให้บ้านดูแคบและไม่สะดวกต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน
คำแนะนำ: ควรให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียดตั้งแต่การออกแบบบ้านที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงการตกแต่งภายในบ้านที่เหมาะกับการใช้งาน เช่น หากบ้านมีพื้นที่จำกัดควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถใช้งานได้หลายฟังก์ชัน อย่างเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน โต๊ะที่ปรับเป็นเตียงได้ หรือชั้นวางของติดผนังเพื่อลดการใช้พื้นที่บริเวณทางเดิน อีกไปกว่านั้นควรตรวจสอบทุกส่วนของบ้านทั้งการติดตั้งปลั๊กไฟในจุดที่เหมาะสม และการตรวจสอบการรั่วซึมของระบบน้ำก่อนเข้าอยู่อาศัยด้วย
สรุป
การสร้างบ้านในฝันอาจจะเป็นเรื่องยากที่หลายคนมักกุมขมับก็จริง แต่ถ้าวางแผนอย่างรอบคอบและการตัดสินใจในแต่ละส่วนได้อย่างถูกต้อง ก็จะเลี่ยงข้อผิดพลาดใหญ่ๆ ไปได้ ช่วยให้ได้บ้านในฝันที่สมบูรณ์แบบได้ไม่ยากอย่างที่คิด ยิ่งหากได้ทำงานร่วมกับสถาปนิกและบริษัทออกแบบบ้านที่มีประสบการณ์ก็จะยิ่งช่วยตอบโจทย์ทุกความต้องการ ทั้งช่วยวางแผนออกแบบบ้านและสร้างให้กลายเป็นบ้านในฝันได้อย่างแท้จริงไม่เจ็บตัวแน่นอน
FAQ เกี่ยวกับการออกแบบบ้าน
ควรเริ่มวางแผนสร้างบ้านเมื่อไหร่?
- เพื่อให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นทั้งการออกแบบบ้านและสร้างบ้าน ก็ขอแนะนำให้เริ่มวางแผนล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 ปี จะได้มีเวลาประเมินงบประมาณ หาไอเดีย และปรึกษาสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญได้แบบสบายๆ ไม่เร่งรีบด้วย
จะหาผู้รับเหมาที่น่าเชื่อถือได้อย่างไร?
- ทุกอย่างต้องใช้เวลา ดังนั้นจึงลองเช็กประวัติการทำงานของผู้รับเหมา ดูรีวิวหรือผลงานที่ผ่านมาแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งถ้ายังไม่แน่ใจอีกก็ลองถามคนใกล้ตัวที่เคยสร้างบ้านมาแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นควรเปรียบเทียบราคาหลายๆ ที่เพื่อให้มั่นใจว่าได้งานที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม
งบประมาณในการสร้างบ้านควรเป็นเท่าไหร่?
- เรื่องงบประมาณออกแบบบ้านและสร้างบ้านจริงๆ แล้วก็ไม่ได้ตายตัวขนาดนั้น เพราะก็ต้องขึ้นอยู่กับขนาดบ้าน วัสดุที่ใช้ และทำเลที่ตั้งด้วยว่าจะประเมินงบเท่าไร แต่ทางที่ดีแนะนำให้กันเงินเผื่อค่าใช้จ่ายที่คาดไม่ถึงอีก 10-20% เพื่อป้องกันปัญหาในระหว่างการก่อสร้างด้วย
สถาปนิกมีบทบาทอย่างไรในการสร้างบ้าน?
- สถาปนิกเหมือนเป็นแผนที่นำทางไปสู่การสร้างบ้านในฝันได้อย่างราบรื่น เพราะไม่ใช่แค่ออกแบบบ้านให้สวยแต่ยังช่วยจัดการเรื่องแบบก่อสร้าง ควบคุมงานให้เป็นไปตามแผน และให้คำปรึกษาในทุกเรื่อง ตั้งแต่เลือกวัสดุไปจนถึงการเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะสม
หากเกิดปัญหาหลังการก่อสร้าง จะทำอย่างไร?
แน่นอนว่าปัญหาหลังสร้างบ้านเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากเจอ ทางที่ดีจึงควรตรวจสอบสัญญาที่ทำไว้กับผู้รับเหมาและติดต่อให้เขามาแก้ไข หากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไขที่น่าพอใจ อาจต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือสถาปนิกเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด
PH/AD เราคือผู้ให้บริการออกแบบตกแต่งภายในครบวงจรโดยคุณ ปัทม์ สุวรรณสา สถาปนิกที่หลงไหลในการออกแบบสถาปัตยกรรม PH/AD ให้บริการออกแบบตกแต่งภายใน สร้างสรรค์พื้นที่ในฝันของคุณให้เป็นจริง ไม่ว่าจะเป็น ออกแบบบ้าน ออกแบบภายในออฟฟิศ โดยทีมสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญ สอบถามรายละเอียด ติดต่อ 080-269-5741 หรือ คลิกที่นี่
